วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2560

โลกยุคใหม่



        ในยุคปัจจุบันนั้นเราทำงานกันเยอะขึ้น ก็เพราะว่าในทุกวันนี้นั้นเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนั้นกระจ่ายไปทั่วทุกพื้นที่ ทำให้ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่เราก็ยังสามารถที่จะติดต่อสื่อสารกันได้ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เรากำลังจะเข้านอน เวลาที่เราเดินทางกลับบ้านหรือว่าเดินทางมาทำงานทุกๆชั่วขณะเราก็ยังสามารถทำงานและก็ติดต่อสื่อสารกับเพื่อๆร่วมงานได้ แตกต่างจากเมื่อสมัยก่อนที่เวลาที่เราจะติดต่อเรื่องอะไรก็แล้วแต่เราก็จะต้องเดินทางไปยังพื้นที่นั้นๆเพื่อเจอกับผู้ที่รับผิดชอบงานนั้นๆโดยตรง บางครั้งการคุยกันแค่สองสามนาทีเราก็ยังอาจที่จะต้องเดินทางเป็นวันๆเลยก็ได้  autorich
        แต่เมื่อเราสามารถติดต่อสื่อสารกันผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้เราก็สามารถที่จะพูดคุย สอบถาม หรือว่าตัดสินใจเรื่องงานได้เลยตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นหากบอกว่าเรานั้นทำงานเพิ่มมากขึ้นก็คงจะไม่ผิดนัก และในอนาคตอันใกล้เราจะมีคนที่เก่งในเรื่องต่างๆเพิ่มมากขึ้นเพราะว่าในอดีตการจะเก่งหรือรู้เรื่องอะไรก็ต้องไปถามจากคนที่รู้เรื่องนั้นๆ แต่ทุกวันนี้ความรู้ทุกอย่างอยู่ในอินเตอร์เน็ต และเกือบทุกคนก็มีมือถือที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้หรือหากว่าไม่มีจริงๆเราก็ยังที่จะไปใช้บริการร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ซึ่งในปัจจุบันนั้นก็ราคาไม่แพงเด็กๆหรือคนที่ไม่ค่อยมีเงินก็สามารถที่จะใช้บริการได้ และในอินเตอร์เน็ตนั้นก็มีความรู้มากมายแล้วแต่เราจะสนใจศึกษาไล่เลียงไปตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับขั้นสูงกันเลยทีเดียว แต่ว่าในดีก็มีร้ายและในร้ายก็มีดี เพราะว่าในโลกของอินเตอร์เน็ตนั้นนอกจากจะมีความรู้ที่เป็นประโยชน์มากมายแล้ว ก็ยังมีสิ่งอื่นๆที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย อย่างเช่นสื่อลามกอนาจารต่างๆ หรือว่าเรื่องของเกมส์ที่เวลาเปิดโอกาสให้เด็กๆนั้นเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตนั้น สิ่งที่เราคิดกับสิ่งที่เด็กคิดนั้นจะแตกต่างกัน นั้นก็คือหากเป็นเราๆก็จะคิดว่าเด็กๆนั้นจะต้องเข้าไปหาความรู้หรือว่าสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถที่มากขึ้นนั้นเอง แต่ว่าสิ่งที่เด็กๆคิดและก็เด็กๆทำหลังจากที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้นั้นก็คือ การเล่นเกมส์ ซึ่งการพัฒนาของเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนั้นก็จะทำให้แบ่งเด็กหรือว่าคนทั่วไปออกเป็นสองฝั่งด้วยกันนั้นก็คือคนที่ชอบค้นหาความรู้ในเรื่องต่างๆ สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรจะทำให้ชีวิตของเรานั้นประสบกับความสำเร็จในชีวิตได้ แต่ก็จะมีอีกประเภทหนึ่งที่จอมจมไปกับสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่างๆ ทั้งเรื่องของสื่อลามกอนาจาร หรือว่าการเล่นเกมส์ต่างๆเป็นต้นก็จะมีการห่างกันของคนที่อยู่ในสังคมแบบชัดเจน คือคนที่เก่งก็จะเก่งกว่าคนสมัยก่อนมาก แล้วคนที่ไม่ได้เรื่องก็จะยิ่งไม่ได้เรื่องมากๆไปอีก  autorich

#S7Content

วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560

อีเปรี้ยวแห่ชาติ



        มีคนไปพบศพหญิงสาว ถูกหั่นออกเป็นสองท่อน ที่เขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รู้ชื่อผู้เสียชีวิตว่าชื่อแอ๋ม ทำงานที่ร้านคาราโอเกะชื่อดังในจังหวัดขอนแก่น ข่าวในช่วงแรกๆนั้นคนเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของสามีผู้ตายที่พึ่งแต่งงานกัน เพราะว่าเรื่องราวนั้นชวนให้คิดแบบนั้น เพราะแอ๋มถึงแม้จะแต่งานแล้วแต่ก็ไม่ได้อยู่กับสามี เพราะสามีมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาซึ่งจะรับงานไปทั่ว ไม่ได้อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง และแอ๋มก็ขอกลับมาทำงานที่ขอนแก่นโดยอ้างว่าจะมาอยู่กับญาติ แต่แอ๋มนั้นได้มาอยู่กับทอม และสามีก็ยังมีการส่งเสียเลี้ยงดูกันเรื่อยๆมา  ซึ่งเมื่ออ่านเนื้อหาตรงนี้แล้วผู้คนก็ต่างคาดการณ์กันไปว่าน่าจะเป็นฝีมือของสามีผู้ตาย เพราะมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างด้วย น่าจะมีความถนัดในการใช้เครื่องมือช่าง แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกสามีเข้ามาให้ข้อมูลแล้วก็ไม่พบพิรุจใด รวมถึงทอมที่เป็นคู่หูของผู้ตายด้วยหลังจากที่เรียกเข้ามาให้ปากคำแล้วก็ไม่พบพิรุจใด ดังนั้นการตายครั้งนั้นของแอ๋มจึงไม่ใช่ฝีมือของสามีและก็ทอมคนสนิทด้วย  giving forward
        หลังจากทิ้งระยะห่างหลายสัปดาห์ความจริงก็ปรากฏว่าคนที่ฆ่านั้นคือเปรี้ยวและเพื่อนๆซึ่งเปรี้ยวเป็นคนที่เคยทำงานอยู่ในร้านคาราโอเกะเดี๋ยวกันกับแอ๋ม และแรงจูงใจในการฆ่าครั้งนี้นั้นมาจากการที่แอ๋มเคยนำข่าวเรื่องที่เปรี้ยวค้ายาบ้าไปแจ้งตำรวจจนนำมาสู่การจับกุมสามีของเปรี้ยวในที่สุด หลังจากข่าวออกโดงดัง เปรี้ยวและเพื่อนก็พาก็แยกย้ายหนีไป โดยเปรี้ยวกับเพื่อนอีกคนหนึ่งพากันหนีไปทำงานที่ประเทศพม่าก่อนที่จะหลบหนีออกไปจากร้านคาราโอเกาะที่สมัครเข้าไปทำงานด้วย  โดยช่วงแรกนั้นมีข่าวว่าเปรี้ยวหนี้เข้าไปกลบดานในเครือข่ายนายพลยี่เซ แต่หลังจากที่จับตัวได้ก็ปรากฏว่าข่าวดังกล่าวนั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องจริงแต่อย่างใดเพราะว่าเปรี้ยวและเพื่อนๆนั้นได้เข้าไปหลบที่บ้านร้างแห่งหนึ่งและใช้เงินแสนที่พกติดตัวไปจนหมด ก่อนจะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่สุด หลังจากที่จับตัวเปรี้ยวได้ก็มีดราม่าเกิดขึ้นอีกหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน ทั้งเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถ่ายรูปคู่กับเปรี้ยวและมีสีหน้าร่าเริง ทำให้สังคมนั้นวิพากวิจารณ์ว่าร่าเริงจนเกินไป และโดนสั่งย้ายในที่สุด หรือเรื่องของใช้อย่างกระเป๋าที่สามารถเอามือเข้าไปข้างในและสามารถใช้เป็นกระเป๋าได้ที่เปรี้ยวใช้  ก็มีคนแห่ขายกันมากมายแต่ว่าดันไปขายในโพสที่เกี่ยวข้องกับเปรี้ยวจึงมีการมองว่าไม่เหมาะสมนั้นเอง   giving forward
        ตอนนี้เปิดเข้าไปในอินเตอร์เน็ตส่วนไหนก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของอีเปรี้ยวและก็มีหลายคนเริ่มก่อกระเสแอนตี้อีเปรี้ยวแล้ว

#S7content

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกซะ(2)



        จากบทความแรกผมได้กล่าวถึงประสบการณ์ตรงของผมไปแล้วว่าหลังจากที่ผมตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนกิจวัตรของตัวเองไปแล้วนั้นไม่นานผลลัพธ์ที่เป็นด้านบวกของผมมันก็เกิดขึ้น ทีนี้ถ้าคุณเกิดความสงสัยว่าแล้วหากคุณไม่อยากที่จะเปลี่ยนแปลงหรือว่าเกียจการเปลี่ยนแปลงประเภทที่ว่าเข้าไส้เลยนั้นต่อไปอนาคตของคุณจะเป็นยังไง คำตอบมันไม่ได้ยากเลยครับมันอยู่ในตัวของมันอยู่แล้วนั้นก็คือคุณลองมองกลับไปในอดีตของคุณสักสามถึงห้าปีคุณก็จะพบว่าจากวันนั้นจนถึงเดี๋ยวนี้ชีวิตของคุณดีขึ้นแล้วหรือยังหากว่าคำตอบนั้นก็คือยังไม่มีวี่แววเลยว่าจะประสบกับความสำเร็จในชีวิต คุณก็คงจะคาดเดาได้แล้วนะครับว่าอีกสามถึงห้าปีข้างหน้าคุณจะเป็นยังไง ก็คงไม่ต่างไปจากเดิมที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้มากหนักหรอก ครับแล้วผมถามต่อว่าคุณจะพอใจหรือไม่ ถ้าคำตอบของคุณนั้นก็คือยังไม่พอใจแล้วละก็ มันก็ถึงเวลาแล้วละครับที่คุณจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวคุณเอง
        อันดับแรกคุณจะต้องวิเคราะห์ก่อนว่าคุณจะรีดเอาเวลาว่างในชีวิตของคุณนั้นออกมาได้มากแค่ไหนกัน เพราะผมเชื่อว่าทุกคนก็คงมีงานประจำกันอยู่แล้ว และผมยังไม่สนับสนุนให้คุณลาออกจนกว่าคุณจะมีรายได้ที่มากพอจากอาชีพเสริมของคุณ กับมาที่รีดเอาเวลาออกมาจากชีวิตของคุณก่อน ลองทบทวนดูสิว่า คุณจะตื่นเช้ากว่าเดิมได้ไหมแล้วตื่นได้เช้ากว่าเดิมมากเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ผมแนะนำนั้นก็คือการที่เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรก็แล้วแต่เราไม่ควรที่จะเปลี่ยนแปลงครั้งละมากๆเพราะว่าในท้ายที่สุดแล้วเราก็จะกลับมาสู่จุดเดิมหากว่าเราเปลี่ยนแปลงครั้งละมากจนเกินไป ดังนั้นควรเริ่มที่จะเปลี่ยนครั้งละน้อยๆก่อน ตื่นเช้ากว่าเดิมสักวันละสิบนาทีหากว่าทำได้ติดต่อกันหนึ่งอาทิตย์แล้วค่อยเพิ่มเป็นยี่สิบนาที่แล้วก็ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนเรารู้สึกว่าได้เวลาจากการตื่นเช้าที่มากพอโดยที่ไม่ทำให้ร่างกายนั้นอ่อนล้าหรือว่าอ่อนเพียรมากจนเกินไป อันที่สองก็คล้ายๆกับอันที่หนึ่งนั้นก็คือเราจะสามารถขยายเวลาที่เราจะเข้านอนออกไปได้อีกหรือไม่ แล้วก็ใช้การค่อยๆทำจนมันขยายออกไปมากพอจนเราไม่รู้สึกว่าร่างกายรับไม่ไหว อันที่สาม ก็คือเวลาพักกลางวันเราใช้ทำอะไร มันเป็นสิ่งที่จะส่งผลให้ชีวิตของเราดีขึ้นในอนาคตได้หรือไม่ หากว่ามันไม่ได้ส่งผลให้ชีวิตของเรานั้นดีขึ้นได้ แล้วหากว่าเราจะตัดมันทิ้งไปจะสามารถเป็นไปได้หรือไม่ หรืออาจจะใช้การลดปริมาณแทนการตัดทิ้งไปเลยก็ได้ เช่นตอนเที่ยงเลยเปิดเล่นเกมส์หรือว่าดูหนังทุกๆวันเลย เราอาจจะลดเหลือแค่อาทิตย์ละสองวันอย่างนี้เป็นไปได้หรือไม่

#s7content